6 ข้อแตกต่างระหว่าง Sculptra กับ Filler ต่างกันอย่างไร

sculptra

6 ข้อแตกต่างระหว่าง Sculptra กับ Filler ต่างกันอย่างไร

Sculptra มักจะถูกเปรียบเทียบกับฟิลเลอร์ เพราะเป็นการฉีดเพื่อเพิ่ม Volume ของใบหน้า ทำให้หน้าเด็กลงเช่นเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว ทั้งคุณสมบัติ และคนที่เหมาะสมกับการรักษาทั้ง 2 แบบนี้ แตกต่างกันมากครับ โดยจะสรุปได้ทั้งหมด 6 ข้อดังนี้ครับ

1.    การแก้ปัญหาใบหน้า : Sculptra เป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างช้า ๆ ได้ผลแบบธรรมชาติ ส่วน filler จะเป็นการเพิ่ม volume อย่างรวดเร็ว เห็นผลทันที
2.    การออกฤทธิ์ : Sculptra ใช้การกระตุ้นเซลล์ fibroblast ให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ ส่วน filler เป็นการให้ HA เติมเต็มเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเลย
3.    เริ่มเห็นผล : Sculptra เริ่มเห็นผลภายใน 3 อาทิตย์ และดีขึ้นช้า ๆ จนถึง 10 เดือน ส่วน filler จะเห็นผลทันที
4.    อยู่ได้นาน : Sculptra อยู่ได้นานถึง 2 ปี ส่วน filler อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี
5.    จำนวนครั้งที่ต้องฉีด : Sculptra มักจะต้องฉีด 2-3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ ขณะที่ Filler มักจะฉีดเพียงครั้งเดียว ในตำแหน่งนั้น ๆ
6.    การกระตุ้นคอลลาเจน : Sculptra พิสูจน์แล้วว่าเพิ่ม Collagen type 1 ได้ถึง 66% (หลังการฉีด 3 เดือน) ส่วน fillerไม่มีการยืนยันว่ากระตุ้นคอลลาเจนได้

โดยสรุปแล้ว ท่านที่เหมาะกับ Sculptra มากกว่าฟิลเลอร์ คือท่านที่ผิวหน้ามีความหย่อนคล้อย ต้องการให้ผิวตึงกระชับขึ้น โดยต้องการแก้แบบทั่ว ๆ ใบหน้า (ฟิลเลอร์จะเหมาะกับการแก้เฉพาะจุดมากกว่า) รวมถึงท่านที่ต้องการผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ดูธรรมชาติมาก ๆ ก็เหมาะกับ Sculptra มากกว่าครับ

Sculptra ราคา และปริมาณที่ต้องใช้ในแต่ละท่าน

ด้วยเทคโนโลยีของ Sculptra ที่เป็นผู้นำการกระตุ้นคอลลาเจนในปัจจุบัน ราคาต่อขวด (Vial) จึงยังค่อนข้างสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 1,000 USD/Vial ในอเมริกา และราคามาตรฐานที่ประเทศไทยในปัจจุบันคือ 39,000/Vial ส่วนที่ Apex Medical Center เรามีโปรโมชั่นราคาที่ขวดละ 35,000 บาท

หลายท่านคิดว่าราคานี้ค่อนข้างสูง แต่ในมุมมองของหมอที่ Apex Medical Center คิดว่าเมื่อเทียบกับราคาแล้ว Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าต่อราคาสูง จากผลลัพธ์ที่ได้ในการฉีดคนไข้จริง เพราะได้ผลจริง ๆ และผลลัพธ์ที่อยู่นานถึง 2 ปี ก็คุ้มค่าต่อการฉีดครับ

นอกจากนี้ราคานี้ยังถือว่าถูกกว่าการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยวิธีอื่น ๆ อย่าง Ulthera หรือ Thermage และมั่นใจในผลลัพธ์ในการกระตุ้นคอลลาเจนได้มากกว่า วิธีฉีดแบบอื่น ๆ เช่น Rejuran หรือ ฟิลเลอร์

ทั้งนี้ Sculptra จะได้ผลดีในการกระตุ้นคอลลาเจนเฉพาะจุดมากกว่า ช่วยการดึงหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด และในบางท่านก็สามารถใช้เป็นวิธี ที่ทำร่วมกันกับ Thermage , Ulthera รวมไปถึง Picolo และ ฟิลเลอร์ก็ได้ครับ

สำหรับปริมาณที่เหมาะสมนั้นจะแตกต่างกันไปตามปัญหาของแต่ละท่าน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว เพียง 1 ขวด ก็เพียงพอในท่านที่อยู่ในช่วงอายุ 30-40 ปี

สำหรับท่านที่มีปัญหาขาดคอลลาเจนเยอะ ก็อาจฉีดก่อน 1 ขวด และดูการตอบสนองอีกครั้ง ก่อนจะเลือกว่าจะฉีดเพิ่มอีกปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนมากก็มักจะไม่เกิน 3 ขวดครับ

สนใจนัดจองคิวหรือปรึกษาเพิ่มเติม ทักก่อนสวยก่อนใครได้ที่ ✨✨

📞 085-​0000855
🟣 Line OA : @apexlifting  (มี @ นำหน้าด้วยนะคะ)
🟣 คลิก https://lin.ee/nxtKNtl
🟣 Facebook : Apex Profound Beauty
🟣 Inbox : https://www.facebook.com/ApexProfoundBeauty/inbox
🟣 IG : apexbeauty

#Apex #apexmedicalcenter #เอเพ็กซ์ #เอเพ็กเมดิคอลเซ็นเตอร์ #เสริมความงาม #คลินิกเสริมความงาม #sculptra #sculptra ราคา #sculptra apex #sculptra คืออะไร #sculptra ที่ไหนดี #การทำ sculptra ดีอย่างไร

Apex, apexmedicalcenter, เอเพ็กซ์, เอเพ็กเมดิคอลเซ็นเตอร์, เสริมความงาม, คลินิกเสริมความงาม, sculptra, sculptra ราคา, sculptra apex, sculptra คืออะไร, sculptra ที่ไหนดี, การทำ sculptra ดีอย่างไร,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *